วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2551

สกู๊ปชีวิต


ใครว่าอดีตสัมพันธ์กับอนาคต
ใช่...... คุณคิดถูกแว้ว........ อิอิ..........
เหตุที่ต้องกล่าวถึงประโยคข้างบนนี้ก็เพราะตอนมัธยมนั้นคิดผิดไปนิด ก็เรื่องแอดมิดชั่นนั่นแหละ ดันเลือกแบบไม่คิดหน้าคิดหลังส่งผลให้เครียดมาจนบัดนี้ ( ก็อย่างที่เห็น ) อย่าพูดถึงเรื่องที่มันผ่านไปแล้วเลย เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ถ้าพูดถึงเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ( ใครจะไปรู้ ) เราก็คงคาดหวังอะไรไม่ได้ แต่ถ้าจะถามถึงอนาคตอันสดใสล่ะก็ ........ ใคร ๆ ก็อยากจะประสบความสำเร็จกันทั้งนั้น
สำหรับตอนนี้ ขณะนี้แล้วล่ะก็ สิ่งที่สำคัญก็คงต้องเป็นศิลปิน 5 หนุ่มเทพเจ้าแห่งโลกตะวันออก ซึ่งมาจากเกาหลีนามว่า “ดงบังชินกิ” แล้วล่ะ ( ซึ่งเป็นเหมือนสิ่งที่ทำให้เรามีกำลังใจ........อิอิ ) คือเรื่องของเรื่องน่ะอยากเข้าไปทำงานในตำแหน่งอะไรก็ได้ที่จะทำให้ได้เข้าใกล้ศิลปินให้มากที่สุด และเห็นพัฒนาการของพวกเค้าอย่างใกล้ชิดโดยตลอดแต่ ....... (คงเป็นไปไม่ได้หรอก เฮ้อ...... ) งั้นาอที่ตั้งใจจริง ๆ ก็แล้วกันนั่นก็คือ เรียนทางด้านภาษาก่อนซึ่งปัจจุบันเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ เลย เริ่มแรกก็คงเป็นภาษาอังกฤษนั่นแหละ ที่เรียนมาแสนเนิ่นนานก็ยังไม่ค่อยได้เรื่องเลย ยิ่งการสนทนาก็ยังอ่อนประสบการณ์เหลือเกิน ( เจอฝรั่งต้องคอยหลบอยู่เรื่อย ) ไม่อยากให้เค้าถามอะไรเลย ( ตอบไม่ได้ ) ก็ต่อให้เราได้ทฤษฎียังไงก็ช่วยอะไรไม่ได้ ถ้าเราไม่ได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ( เฮ้อ ........ คิดแล้วก็แสนจะเศร้ายิ่งนัก ) เอ้าต่อ ....... และที่สำคัญอีกอย่างนั่นก็คืออยากพูดภาษษเกาหลีและญี่ปุ่นด้วย ( แบบว่าความพยายามยังไม่พออ่ะค่ะ ) สรุปก็คือยังไม่มีอะไรคืบหน้าพอที่จะทำให้อนาคตข้างหน้ามีแสงสว่างพอที่จะเห็นทางเดินที่จะก้าวต่อไปเลย ดูแล้วอนาคตก็ช่างริบหรี่เหลือเกิน ก็ได้แต่หยุดคิดเพื่อจะหาแสงสว่างในทางเดินก้าวต่อ ๆ ไป ( เฮ้อ........ เหนื่อยจัง )เรามาเปลี่ยนเป็นเรื่องที่คาดหวังจะให้เป็นกันดีกว่า ถึงแม้จะเป็นไปไม่ได้ก็เหอะ แต่ก็อยากจะเก็บไว้เป็นประสบการณ์ก็ยังดี จริง ๆ ก็มีฝันอีกอย่างที่อยากจะเป็นนานแล้วหละ แต่สิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวไม่เอื้ออำนวยเลย บวกกับตัวเองยังกระตือรือร้นไม่พอ นั่นก็คือ “มัคคุเทศก์” หรือภาษาอินเตอร์เค้าเรียกว่ “ไกด์” นั่นเอง อาชีพนี้ดูเหมือนจะง่าย ๆ แต่พอศึกษาดูแล้วก็ยากอยู่พอตัวเลยล่ะ ไหนจะต้องศึกษาถึงสถานที่ต่าง ๆ มากมายไม่ได้ท่องเที่ยวอย่างเดียวแต่ยังต้องแนะนำลูกทัวร์ และต้องคอยดูแลลูกทัวร์ที่แสนจะวุ่นวายเพราะมีมากคนก็มากเรื่อง ฟังดูแล้วก็เหมือน “เบ้” ยังไงก็ไม่รู้สิ แบบว่าได้อย่างสียอย่างจริง ๆ กับการที่เราได้ไปเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ดูและศึกษาความแตกต่างของวัฒนธรรมและเทคโนโลยี มันถือว่าเป็นสีสันและประสบการณ์ชีวิต ซึ่งไหน ๆ เราก็เกิดมาแล้ว ........
สิ่งที่สำคัญและจำเป็นสำหรับตัวเองและครอบครัว ก็เห็นทีคงเป็นการงานที่ดีและฐานะที่มั่นคง ( พ่อแม่คงภูมิใจหน้าดูเลย ) แต่ถ้าคิดแบบเด็ก ๆ สิ่งที่อยากจะให้เป็นมากที่สุดก็คือไม่ต้องทำอะไรเลยอยู่เฉย ๆ สบาย ๆ กับครอบครัว เที่ยวกับเพื่อน ไม่ต้องคิดอะไรมากอยากทำอะไรก็ได้ทำอย่างอิสระ สายตาคนรอบข้างเราก็ไม่ต้องไปแคร์ความรู้สึกให้เก็บไปเครียด ( คงเป็นไปไม่ได้หรอก ) แต่ก็ไม่ใช่มีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ โดยไม่สนใจใครนะ แต่เราก็อยู่ของเรา มีเป้าหมายก็คือความสุข ( จอมปลอมรึเปล่าอันนี้ก็ไม่ทราบ )แต่ที่แน่ ๆ เลยตอนนี้ก็คงต้องเลือกเรียนคณะที่เราชอบให้ได้ก่อน แล้วนั่นก็จะเป็นพื้นฐานที่แน่นซึ่งบวกกับความสนใจและพยายามแล้วก็จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน